Proficiency Testing (PT) หรือการทดสอบความชำนาญ คือกระบวนการที่ห้องปฏิบัติการเข้าร่วมทดสอบตัวอย่างชุดเดียวกับห้องแล็บอื่นทั่วโลก เพื่อเปรียบเทียบผลและประเมินว่าผลที่ออกมามีความถูกต้องเทียบกับห้องอื่นหรือไม่ ตามข้อกำหนด ISO/IEC 17025:2017 ข้อ 7.7 ห้องแล็บที่ได้รับการรับรองต้องเข้าร่วม PT เป็นประจำในทุกขอบข่ายการรับรอง
หลายห้องแล็บมองว่า PT เป็นภาระค่าใช้จ่าย แต่ที่จริงคือเครื่องมือสำคัญที่บอกได้ว่าระบบและบุคลากรของเรายังอยู่ในเกณฑ์ดีอยู่หรือไม่ และเป็นหลักฐานชั้นดีที่นำเสนอใน Management Review และในวัน Audit
ทำไม ISO/IEC 17025 บังคับให้ทำ PT
ข้อ 7.7 กำหนดให้ห้องแล็บต้องเฝ้าระวังความใช้ได้ของผล (Ensuring the Validity of Results) ผ่านกลไกหลายอย่าง ได้แก่:
- การใช้ Certified Reference Material (CRM) ที่มี Traceability
- การทดสอบซ้ำหรือสอบเทียบใหม่ด้วยวิธีต่างกัน
- การวิเคราะห์ตัวอย่างเก็บไว้ (retained sample)
- การเข้าร่วม PT หรือ ILC อย่างเหมาะสม
ในจำนวนนี้ PT คือกลไกที่ external ที่สุดเพราะเปรียบเทียบกับห้องแล็บอื่น auditor จึงให้น้ำหนักมาก หากไม่มีหลักฐาน PT หรือ Z-score ผิดปกติแล้วไม่มีการแก้ไข มักออกเป็น Major NC
Z-score และการวิเคราะห์ผล
หลังจากส่งผลกลับไป provider จะคำนวณ Z-score เปรียบเทียบผลของเรากับค่าเป้าหมาย:
| Z-score | ความหมาย | การตอบสนอง |
|---|---|---|
| |Z| ≤ 2.0 | Satisfactory (ผ่าน) | บันทึกและเก็บหลักฐาน |
| 2.0 < |Z| < 3.0 | Questionable (น่าสงสัย) | ทบทวนกระบวนการ ตรวจสาเหตุ |
| |Z| ≥ 3.0 | Unsatisfactory (ไม่ผ่าน) | ต้องทำ Corrective Action อย่างเป็นทางการ |
นอกจาก Z-score ยังมี En-number, Z'-score (สำหรับ uncertainty), และ Zeta-score ที่บาง provider ใช้ ขึ้นกับประเภทของ PT scheme
ความถี่ที่ควรเข้าร่วม
ISO/IEC 17025:2017 ไม่ได้กำหนดความถี่ตายตัว แต่หน่วยรับรอง (เช่น สมอ.) มักกำหนดว่า:
- ทุกขอบข่ายการรับรองหลัก ต้องมี PT อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- หัวข้อที่ critical หรือมีปริมาณงานสูง ควรเข้าร่วม 2–4 ครั้ง/ปี
- ขอบข่ายที่ไม่มี PT scheme ต้องใช้ ILC (Inter-Laboratory Comparison) แทน
ในการวางแผน PT รายปี ควรพิจารณา:
- ขอบข่ายทั้งหมดในใบรับรอง
- ความเสี่ยงและความถี่การใช้งานจริง
- ผล PT ของรอบที่ผ่านมา (หัวข้อที่ได้ Questionable ควรเข้าซ้ำ)
- งบประมาณ (PT ค่าใช้จ่าย 5,000–50,000 บาทต่อ round)
ทำอย่างไรเมื่อ Z-score ผิดปกติ
เมื่อได้ Z-score ≥ 3.0 ห้องแล็บต้องเปิด NC ภายในและทำ Root Cause Analysis ทันที สาเหตุที่พบบ่อย:
ด้านบุคลากร:
- ผู้ทำตัวอย่างขาดประสบการณ์
- ไม่ปฏิบัติตาม SOP เพราะมั่นใจประสบการณ์ตัวเอง
ด้านเครื่องมือ:
- Calibration หมดอายุหรือ drift
- เครื่องมือต้องการ maintenance
ด้านวิธี:
- Method validation ไม่ครอบคลุม matrix ของตัวอย่าง PT
- การคำนวณผิดพลาด (unit conversion, dilution factor)
ด้าน reagent / standard:
- Standard หมดอายุหรือเก็บไม่ถูกต้อง
- Reagent contaminated
หลังพบ root cause ต้องทำ Containment Action (เช่น ทบทวนผลที่ส่งลูกค้าระหว่างช่วงนั้น) และ Corrective Action เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
PT vs ILC ต่างกันอย่างไร
หลายห้องแล็บสับสนระหว่าง PT และ ILC ทั้งสองคำเป็น Inter-Laboratory Comparison เหมือนกัน แต่มีความเข้มงวดต่างกัน:
| หัวข้อ | PT (Proficiency Testing) | ILC (Inter-Laboratory Comparison) |
|---|---|---|
| ผู้จัดงาน | Accredited PT Provider (ตาม ISO/IEC 17043) | ห้องแล็บใดก็ได้ที่จัดเอง |
| มีค่าเป้าหมาย | ใช่ คำนวณตามสถิติของกลุ่ม | อาจไม่มี ถ้าเป็นการเปรียบเทียบทั่วไป |
| ความน่าเชื่อถือ | สูง ใช้เป็นหลักฐานหลักได้ | ปานกลาง ใช้เสริมเมื่อไม่มี PT |
| ค่าใช้จ่าย | สูง | ต่ำกว่า |
หากขอบข่ายไม่มี PT scheme ห้องแล็บสามารถจัด ILC กับเครือข่ายห้องแล็บอื่นได้ แต่ต้องระบุเหตุผลที่ใช้ ILC แทน PT และต้องมี protocol ชัดเจน
การจัดเก็บและการรายงาน
ทุก PT round ต้องเก็บหลักฐาน:
- เอกสาร PT scheme และวันที่เข้าร่วม
- Raw data ของผลที่ส่งไป
- Report จาก provider พร้อม Z-score
- บันทึกการทบทวนผลและ action ที่ทำ (ถ้ามี)
- หลักฐานการนำเสนอผลใน Management Review
ในวัน Surveillance Audit auditor มักขอดู PT ของ 2–3 ปีย้อนหลังเพื่อดู trend และความต่อเนื่อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Calibration Traceability คืออะไร และทำไมสำคัญ — Traceability เสริม PT ในการ ensuring validity of results
- Management Review ทำอย่างไรให้ครบและผ่าน Audit — ผล PT คือ input สำคัญที่ต้องนำเสนอ
- CAR คืออะไร และรับมืออย่างไรเมื่อถูกออก NCR — เมื่อ Z-score ≥ 3.0 ต้องเปิด CAR